วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 12
วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

การนำเสนอ
สรุปวิจัย

เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
นำเสนอโดย นายอารักษ์ ศักดิกุล

          การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง  เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการทํากิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ ทั้งนี้เพื่อเป็น
ประโยชน์และเป็น แนวทางสําหรับครู ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาปฐมวัย 
ในการพิจาณาเลือกกิจกรรม ที่จะช่วยส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์แก่เด็กปฐมวัย
ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งมีลําดับขั้นตอน ของการวิจัยและผลของการวิจัย โดยสรุป ดังนี้
 
ความมุ่งหมายของการวิจัย 
        เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการ
จัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ ได้แก่ การสังเกต เปรียบเทียบ จำแนก จัดหมวดหมู่

กลุ่มตัวอย่าง   
       กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นเด็กปฐมวัยชาย-หญิง ที่มีอายุ 3 – 4 ปี ซึ่งกําลัง
ศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 1/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 ของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่  
สังกัด สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน  จํานวน  20 คน
       
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยขนมอบเป็นกิจกรรมที่ใช้ขนมอบประเภทต่างๆ ในการทํา
กิจกรรม เช่น ขนมปัง คุกกี้ เค้ก ฯลฯ ซึ่งในการทํากิจกรรมเด็กสามารถเลือกทําได้ตาม
ความสามารถ และความสนใจ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ 
จากการใช้ประสาทสัมผัสในการทํากิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ ทั้งนี้ยังฝึกฝน
เรื่องการสังเกตและการจําแนก การเปรียบเทียบ การจัด หมวดหมู่ ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นโดย
ยึดหลักของการทํากิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ตามคู่มือหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย 2546
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ตลอดจนการยึด 
ตามความเหมาะสมสอดคลองกับพัฒนาการและความสนใจของเด็กเป็นหลัก

แผนการสอน
ชื่อกิจกรรม  ขนมปงแผนแตงหนา  

จุดประสงค
       1. เพื่อใหนักเรียนไดพัฒนาการใชกลามเนื้อเล็กและการประสานสัมพันธระหวางมือกับตา  
       2. เพื่อใหนักเรียนไดฝกการรับรูประสาทสัมผัส  
       3. เพื่อใหนักเรียนไดรูจักสีแดง  สีขาว  สีเขียว  สีชมพู  
       4. เพื่อใหนักเรียนไดฝกทักษะการสังเกตและการจําแนก  เปรียบเทียบ  จัดหมวดหมู  
       5. เพื่อใหนักเรียนไดสงเสริมการแสดงออก  
       6. เพื่อใหนักเรียนเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

เนื้อหา    ขนมปงแผนแตงหนา

     กิจกรรมการเรียนรู  

ขั้นนํา  (กระตุ้นเด็ก)
      1. นักเรียนและครูสนทนารวมกันคิดหาคําตอบจากปริศนาคําทาย อะไรเอย เปนแผน  
          สีขาว  นิยมทานคูกับแยม    
      2. นักเรียนและครูสนทนารวมกัน  ดังนี้     
          2.1 ขนมปงมีลักษณะอยางไร  มีสีอะไร     
          2.2 ขนมปงมีสีอะไร  รสชาติเปนอยางไร  มีใครเคยทานบาง     
          2.3 นักเรียนคิดวาขนมปงทํามาจากอะไร     
          2.4 นักเรียนคิดวาขนมปงมีประโยชนไหม  และมีประโยชนอยางไร  

ขั้นสอน   
      1. เด็กเลือกหยิบอุปกรณตามความสนใจของตนเอง  
      2. เด็กทํากิจกรรมตามความสนใจ โดยการนําขนมปงแผนรูปทรงตางๆ แยมผลไม  
          เกล็ด  ช็อกโกแลต มาโรยหนา ทา วาด เขียน เพื่อสรางชิ้นงานตามความคิด
          และจินตนาการของตนเอง   
      3. เมื่อทํากิจกรรมเสร็จแลวใหนําชิ้นงานวางบนถาดรองไปจัดรวมกันไวที่หนาชั้นเรียน   
      4. เด็กชวยกันเก็บของ  ทําความสะอาดใหเรียบรอย

ขั้นสรุป   
      1. นักเรียนนําเสนอผลงานของตนเองและสนทนารวมกับครู  ดังนี้    
          1.1 นักเรียนใชขนมปงรูปทรงใดบางมาทํากิจกรรม    
          1.2 ในชิ้นงานของนักเรียนมีอะไรที่เหมือนกัน  และอะไรที่ตางกัน  ตางกันอยางไร    
          1.3 ขนมปงของนักเรียนมีอะไรซอนอยูขางใน    
          1.4 นักเรียนคิดวาระหวางแยมผลไม กับเกล็ดช็อกโกแลต และขนมปง ตางกันหรือ 
                เหมือนกันอยางไรบาง  

สื่อการเรียน  
       1. ขนมปงแผนรูป  
       2. แยมผลไมบรรจุในถุง 3สี  คือ  แยมสม  แยมสตอเบอรี่  แยมบลูเบอรรี่  แยมสัปปะรด 
       3. เกล็ดช็อกโกแลต  
       4. ถาดรองสําหรับวางชิ้นงาน  
       5. ผาพลาสติกปูโตะ  
       6. ถาดสําหรับใสขนม  

การประเมินผล  
       1. สังเกตการทํากิจกรรมและการสนทนา  
       2. สังเกตพฤติกรรมขณะเด็กทํากิจกรรม   

สาระ 
     - การแนะนำอุปกรณ์ เป็นการจัดลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรม
     - การลงมือปฏิบัติโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของเด็ก


การนำเสนอแผนการสอนแต่ละหน่วย



หน่วย ยานพาหนะ

        สอนเรื่อง ประเภทของยานพาหนะ มี 3 ประเภท คือ ทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ



หน่วย ของเล่นของใช้

           สอนเรื่องประเภทของเล่นของใช้ คือ มี 2 ประเภทได้แก่ ของเล่น และของใช้




หน่วย ผลไม้

               สอนเรื่องชนิดของผลไม้ ที่ยกมาวันนี้คือผลไม้ 2 ชนิด มะยงชิด กับองุ่น




หน่วย กล้วย

           สอนเรื่องชนิดของกล้วย ที่ยกมาวันนี้คือ กล้วย 2 ชนิด ได้แก่ กล้วยหอมทอง
และกล้วยน้ำว้า 




ทักษะ
     - ทักษะการสอน

     - ทักษะการฟัง

     - ทักษะการคิดวิเคราะห์

     - ทักษะการพูด

     -ทักษะการแสดงออก

     - ทักษะการใช้เหตุผล

     - ทักษะการสังเกต



การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
      การเรียนการสอนในวันนี้ สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปต่อยอดหรือเป็นแนวทางในการสอน
หรือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเขียนแผนการสอนในอนาคตและชีวิตประจำวันได้
     การแนะนำของครู สามารถจดจำและนำไปปรับปรุง เชื่อมโยง ให้งานออกมาได้เสร็จสมบูรณ์
และครบถ้วน

เทคนิคการสอนของอาจารย์
      - อาจารย์โดยให้ข้อคิดและคำแนะนำ
      - อาจารย์สอนโดยยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน
      - อาจารย์สอนโดยให้จำลองสถานการณ์จริง
      - อาจารย์สอนโดยมีหลักการ

ประเมินอาจารย์ผู้สอน
     อาจารย์ตรงต่อเวลาในการสอน เตรียมเนื้อหาการสอนมาเป็นอย่างดี รับฟังข้อคิดเห็น
และให้ข้อคิดที่ดีกับนักศึกษา



     
บันทึกการเรียนครั้งที่ 11
วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

การนำเสนอ

สรุปบทความ

เรื่อง คณิตศาสตร์กับชีวิต
นำเสนอโดย นางสาวชื่นนภา เพิ่มพูล

         “จุดมุ่งหมายของการศึกษาในอดีตจะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนการสอนในช่วงต้น
รัตนโกสินทร์คือระหว่างปี พ.ศ. 2325-2426 นั้นประเทศไทยยังไม่มีโรงเรียน แต่มีการเรียนกัน
ที่วัดหรือที่บ้าน ความมุ่งหมายในสมัยนั้นคือ การให้สามารถ อ่าน เขียนภาษาไทย และคิดเลขได้ นอกจากนั้นอาจมีการเรียนช่างฝีมือกันที่บ้าน...” (ทิศนา แขมณี: ศาสตร์การสอน29)
         จากข้อความข้างต้นจะเห็นว่าความสำคัญของคณิตศาสตร์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ 
และถ้าจะค้นหาลึกลงไปนั้นในสมัยโบราณก็คงจะมีการใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 
ในสังคมให้ความสำคัญกับการคำนวณ การเปรียบเทียบด้วยตัวเลข เปรียบเสมือนกับเป็นสิ่ง
ที่ควบคู่ไปกับวิถีชีวิตของบุคคลต่างๆในสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดของสังคม 
หรือต่างชนชาติกันก็ตาม คณิตศาสตร์ก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นสากล ได้แก่การบวก ลบ 
คูณ หาร และในความเชื่อที่ว่าคณิตศาสตร์เป็นกระบวนการแก้ปัญหาที่มีรูปแบบ
และขั้นตอนมาตรฐาน ดังนี้คือ
        1. หาสิ่งที่ต้องการทราบ
        2. ว่างแผนการแก้ปัญหา
        3. ค้นหาคำตอบ
        4. ตรวจสอบ
         
         จากขั้นตอนทางคณิตศาสตร์นี้เป็นกระบวนการแก้ปัญหาที่ทำให้เกิดกระบวนการ
เรียนรู้ที่เป็นระบบ เพื่อให้เกิดลำดับขั้นตอนในการแก้ไขสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เปรียบเสมือน
การแก้ปัญหาสิ่งๆหนึ่งโดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เพื่อหาข้อค้นพบ
และสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆได้อย่างมีระบบ ระเบียบ
          จะเห็นได้ว่าความสำคัญของคณิตศาสตร์นั้นมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันเพื่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาบุคคลในสังคมให้เกิดการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น 
ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ การขาย การคำนวณสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐาน
ในการหาข้อสรุปเพื่อให้เกิดชิ้นงานต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อสนองตอบต่อสิ่งที่บุคลต้องการให้
เป็นไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นจากข้อความข้างต้น
จะเสนอความสอดคล้องของคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวันได้อย่างไรดังตัวอย่างดังต่อไปนี้
          การซื้อขายของ เป็นการใช้หลักคณิตศาสตร์พื้นฐานได้แก่ การคำนวณในเรื่อง
ของต้นทุน และการได้กำไร การกำหนดราคาเพื่อการตีค่าของราคาที่จะขายเพื่อให้เกิดกำไร 
ซึ่งเกี่ยวข้องหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นในการดำเนินการซื้อขาย  นอกจากนนี้ยังมีการ
ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งก็ไม่พ้นในเรื่องของการใช้หลักคณิตศาสตร์ในการควบคุม
การทำงาน
          การสร้างที่อยู่อาศัย เป็นการคำนวณอัตราส่วนของพื้นที่ในการการปลูกสิ่งปลูกสร้าง 
ในที่นี้ขอยกตังอย่างการสร้างที่อยู่อาศัย เริ่มตั้งแต่การคำนวณหาพื้นที่ในการสร้าง 
โดยหลักการวัดพื้นที่ (กว้าง x ยาว) จากนั้นต้องมี่การคำนวณโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้าง
ต่างๆได้แก่ ปูน หิน ทราย ไม้กระเบื้องและอื่นๆที่เป็นสวนประกอบของการสร้างที่อยู่อาศัย 
โดยการผสมปูน ได้แก่การคำนวณอัตราส่วนของส่วนผสมในการสร้างบ้าน ซึ่งแตกต่างกัน
ในการใช้งานเช่น พื้นปูนอาจมีการผสมให้มีความหยาบเพื่อใช้เป็นฐานของโครงบ้าน 
การฉาบอิฐจะต้องมีการละเอียดของปูนเพื่อให้เกิดการยึดแน่นของอิฐกับปูนเพื่อให้เกิด
ความแข็งแรงและสวยงาม เป็นต้น
          การเงินการธนาคาร เป็นการออมทรัพย์เพื่อให้เกิดความความมั่นของชีวิต มีการคำนวณดอกเบี้ย ผลกำไร การปันผล การแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ทางการเงิน โดยมีวิธีจูงใจผู้ฝากในรูปแบบต่างๆเช่น การออมทรัพย์ กระแสรายวัน ฝากประจำ ซึ่งมีการให้ดอกเบี้ยแตกต่างกันไป ขึ้นกับแต่ละธนาคารว่าจะให้ผลประโยชน์กับผู้ฝากอย่างไรและผู้ฝากเป็นผู้ตัดสินใจในการใช้บริการทางการเงินกับธนาคารใด
         ทางการศึกษา เป็นการคำนวณหาค่าต่างๆทีเกี่ยวข้องกับการให้คะแนน วิจัย 
การทดลองโดยใช้ค่าทางสถิติเพื่อให้เกิดข้อค้นพบต่างๆในเชิงปริมาณเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น


สรุปวีดีโอ

เรื่อง การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย   
       ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี  ไสยวรรณ
นำเสนอโดย นางสาวสุดารัตน์ อาจจุฬา

         การเรียนรู้เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับเขาหรือไม่คำตอบของคำถามข้างต้น
นั้นคือ "ไม่ยากหรอกค่ะ" ถ้าเรารู้จักเนื้อหาและวิธีในการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์
ให้กับเด็ก ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากสิ่งรอบตัวเด็กนี่เอง... 
        ทักษะทางคณิตศาสตร์ คือ ? ก่อนที่จะค้นหาวิธีส่งเสริมต่างๆ ให้กับเด็ก เราควรจะรู้ว่า
ทักษะทางคณิตศาสตร์นั้นหมายถึง เรื่องอะไรบ้าง   เริ่มได้เมื่อไหร่ดี .... การเรียนรู้ทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กแต่ละวัยย่อมแตกต่างกันไปเราสามารถส่งเสริมเนื้อหาทาง
คณิตศาสตร์ได้ทุกด้านแต่ต่างกันตรงวิธีการค่ะสำหรับเด็กวัย 3- 4 ขวบ จำเป็นต้องเรียน
คณิตศาสตร์ผ่านสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากเพราะเขายังไม่เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม 
เช่น ให้เด็กสามขวบ ดูตัวเลข 2 กับ 3 แล้วเอาเครื่องหมายมากกว่าน้อยกว่าไปให้เขาใส่
 เขาก็จะงงแน่นอน ว่า เจ้าสามเหลี่ยมปากกว้างนี้คืออะไร เด็กวัยนี้การเรียนเรื่องจำนวนตัวเลข 
ต้องผ่านสิ่งของที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ แต่ถ้าเป็นพี่ 5 หรือ 6 ขวบ จะเริ่มเข้าใจสิ่งที่
เป็นนามธรรมหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ได้แล้ว เรียนรู้ได้จากสิ่งใกล้ตัว
        คณิตศาสตร์มีอยู่ทุกหนทุกแห่งรอบตัวเรา ในแต่ละวันเด็ก ๆ มีโอกาสที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับ 
วเลข จำนวน รูปทรงเรขาคณิต การจับคู่ การแยกประเภท ฯลฯ เช่น
       -การตื่นนอน (เรื่องของเวลา)
       -การแต่งกาย (การจับคู่เสื่อผ้า)
       - การรับประทานอาหาร (การคาดคะเนปริมาณ)
       - การเดินทาง(เวลา ตัว เลขที่สัญญาณไฟ ทิศทาง)
       - การซื้อของ (เงิน การนับ การคำนวณ) ฯลฯ

       เชื่อหรือยังคะว่าคณิตศาสตร์มี อยู่จริงในชีวิตประจำวัน   กิจกรรมใด ๆ ที่เปิดโอกาสให้มีการวางแผน การจัดแบ่งหมวดหมู่ จับคู่ เปรียบเทียบ หรือ   เรียงลำดับ ล้วนมีคุณค่าทั้งสิ้น   
การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย หมายถึง การจัด กิจกรรมต่างๆที่เปิดโอกาส 
ให้ได้เด็กได้กระทำด้วยตนเอง ผ่านการเล่น การได้สัมผัส ได้กระทำ จากการมีปฏิสัมพันธ์
กับเพื่อนและ   ผู้ใหญ่ เรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม เรียนรู้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไปสู่สิ่งที่
อยู่ไกลตัวการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลักสูตร  การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลักสูตร 
ควรเน้นให้เด็กเกิดความคิดรวบยอด และทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ 7 ด้าน

          ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัยมี 7 ทักษะ ได้แก่

1. ทักษะการสังเกต(Observation)
          คือการใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ โดยเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับวัตถุสิ่งของ
หรือเหตุการณ์อย่างมีจุประสงค์ เช่น การจะหาข้อมูลที่เป็นรายละเอียดของสิ่งนั้น ๆ 
โดยไม่ใส่ความคิดเห็นของตนเองลงไป

 2. ทักษะการจำแนกประเภท(Classifying)
          คือ ความสามารถในการแบ่งประเภทของสิ่งของ โดยหาเกณฑ์หรือสร้างเกณฑ์
ในการแบ่งขึ้น  ส่วนใหญ่เด็กจะใช้เกณฑ์ในการจำแนกอยู่ 3 อย่าง คือ ความเหมือน 
ความแตกต่าง และความสัมพันธ์ร่วม ซึ่งแล้วแต่เด็กจะเลือกใช้(ดังนั้นครุควรถาม
เมื่อจัดกิจกรรมทั้งนี้เพื่อให้ประเมินเด็กได้อย่างถูกต้อง) ซึ่งเด็กปฐมวัยส่วนใหญ่จะเลือกใช้
เกณฑ์ 2 อย่าง คือ ความเหมือน และความต่าง เมื่อเด็กสามารถสร้างความเข้าใจ
ได้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับความสัมพันธ์แล้วเด็กจึงจะจำแนกโดยใช้ความสัมพันธ์ร่วมได้

3. ทักษะการเปรียบเทียบ(Comparing)
         คือ การที่เด็กต้องอาศัยความสัมพันธ์ของวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์ ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป 
บนพื้นฐานของคุณสมบัติที่มีลักษณะเฉพาะอย่าง เช่น เด็กสามารถบอกได้ว่าลูกบอลลูกหนึ่ง
มีขนาดเล็กกว่าลูกอีกลูกหนึ่ง นั่นแสดงให้เห็นว่า เด็กเห็นความสัมพันธ์ของลูกบอล
 คือ เล็ก - ใหญ่ ความสำคัญในการเปรียบเทียบ คือ เด็กจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะ
เฉพาะของสิ่งนั้น ๆ และรู้จักคำศัพท์คณิตศาสตร์  การเปรียบเทียบนับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญ
ต่อการเรียนในเรื่องการวัดและการจัดลำดับ

4. ทักษะการจัดลำดับ(Ordering)
         คือ การส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการจัดลำดับวัตถุสิ่งของ
หรือเหตุการณ์ ซึ่งเป็นทักษะการเปรียบขั้นสูง เพราะจะต้องอาศัยการเปรียบเทียบสิ่งของ
มากกว่าสองสิ่งหรือสองกลุ่ม การจัดลำดับในครั้งแรก ๆ ของเด็กปฐมวัยจะเป็นไปใน
ลักษณะการจัดกระทำกับสิ่งของสองสิ่ง เมื่อเกิดการพัฒนาจนเกิดวามเข้าใจอย่างถ่องแท้
แล้วเด็กจึงจะสามารถจัดลำดับที่ยากยิ่งขึ้นได้

5. ทักษะการวัด(Measurement)
         เมื่อเด็กมีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดประเภท การเปรียบเทียบ และการจัดลำดับมาแล้ว 
เด็กจะพัฒนาความสามารถเข้าสู่เรื่องการวัดได้ ความสามารถในการวัดของเด็ก จะมีความ
สัมพันธ์กับความสามารถใสนการอนุรักษ์(ความคงที่) เช่น เด็กสามารถเข้าใจเกี่ยวกับความยาว
ของเชือกได้ว่า เชือกจะมีความยาวเท่าเดิมถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนทิศทางหรือตำแหน่งก็ตาม

6. ทักษะการนับ(Counting)
         แนวคิดเกี่ยวกับการนับจำนวน ได้แก่ การนับปากเปล่า บอกขนาดของกลุ่มที่มีขนาด
เท่ากันโดยไม่ต้องนับ  นับโดยใช้ลำดับที่นับจำนวนเพิ่มขึ้น  นับเพื่อรู้จำนวนที่มีอยู่ การจดตัวเลข  
การนับและเข้าใจความหมายของจำนวน  การใช้สัญลักษณ์แทนจำนวน ในเด็กปฐมวัยชอบ
การนับแบบท่องจำโดยไม่เข้าใจความหมาย การนับแบบท่องจำนี้จะมีความหมาย
ต่อเมื่อเชื่อมโยงกับจุดประสงค์บางอย่าง เช่น การนับจำนวนเพื่อนในห้องเรียน 
นับขนมที่อยู่ในมือ แต่การนับของเด็กอาจสับสนได้หากมีการจัดเรียงสิ่งของเสียใหม่ 
เมื่อเด็กเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์(จำนวน)แล้วเด็กปฐมวัยจึงจะสามารถเข้าใจเรื่องการนับ
จำนวนอย่างมีความหมาย

7. ทักษะเกี่ยวกับเรื่องรูปทรงและขนาด(Sharp and Size)
         เรื่องขนาดและรูปทรงจะเกิดขึ้นกับเด็กโดยง่าย ทั้งนี้เนื่องจากเด็กคุ้นเคยจากการเล่น 
การจับต้องสิ่งของ ของเล่น หรือวัตถุรูปทรงต่าง ๆ อยู่เสมอในแต่ละวัน  เราจึงมักจะได้ยินเด็ก
พูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรูปทรงหรือขนาดอยู่เสมอ  ครูสามารถทดสอบว่าเด็กรู้จักรูปทรง
หรือไม่ได้โดยการให้เด็กหยิบ/เลือก สิ่งของตามคำบอก เมื่อเด็กรูปจักรูปทรงพื้นฐาน
แล้วครูสามารถสอนให้เด็กรู้จักรูปทรงที่ยากขึ้นได้

         ทักษะพื้นฐานในการคิดคำนวณ สำหรับเด็กปฐมวัยอาจแบ่งได้ 3 ทักษะ
1. ทักษะในการจัดหมู่
2. ทักษะในการรวมหมู่(การเพิ่ม)
3. ทักษะในการแยกหมู่(การลด)



สาระ

     - การจัดหมวดหมู่และการแยกหมวดหมู่อยู่ในสาระเดียวกัน
     - พีชคณิต คือ ความสัมพันธ์กัน
     - การถนอมอาหารและการดูแลรักษาแตกต่างกันคือ "อาหารเป็นของธรรมชาติ" 
       ส่วน "ของใช้หรือสิ่งของเป็นวัตถุ"
     - การอ่านหนังสือของเด็กเริ่มอ่านจากซ้ายไปขวา
     - เมื่อครูให้เด็กทำอะไรหลายๆอย่าง เพื่อที่จะให้เด็กได้รู้ถึงความหลากหลายของการเรียนรู้
     - การวัด
     - การเปรียบเทียบ
     - การแยกประเภทของหน่วยต่างๆ สามารถทำให้เด็กได้รู้ถึงข้อมูลอย่างละเอียด

           องค์ประกอบของการเขียนแผนการเรียนรู้ มีดังนี้
     1. วันจันทร์   > ประเภท
     2. วันอังคาร  > ลักษณะ
     3. วันพุธ       > การดูแลรักษา
     4. วันพฤหัสบดี  > ประโยชน์
     5. วันศุกร์     >  ข้อควรระวัง

     ต่อมาอาจารย์ให้แต่ละกลุ่มสร้างแผนการสอนของตัวเอง กลุ่มดิฉันได้หัวข้อของ ประเภท

กิจกรรม แยกประเภทของเล่นของใช้

จุดประสงค์
    
        เด็กสามารถบอกได้ว่าไหนของเล่นไหนของใช้

ขั้นนำ 

       1. นำเด็กเข้าสู่กิจกรรมด้วยเพลง ของเล่นของใช้

ขั้นสอน

        2. ครูถามเด็กว่า เด็กๆรู้จักของเล่นของใช้อะไรในเพลงบ้าง และนอกจากเพลงนี้
            เด็กๆรู้ไหมว่ามีของเล่นของใช้อะไรบ้าง (ให้เด็กๆตอบประสบการณ์เดิม)
        3. ครูนำสื่อของจริง ของเล่นของใช้มาให้เด็กดูทีละอย่างและอธิบายว่ามันคืออะไร
        4. ครูแจกของเล่นของใช้ให้เด็กคนละ 1 ชิ้น โดยให้เด็กนับไปด้วยเมื่อครูแจกของ
            ให้กับคนที่ 1 แล้วให้เด็กๆนับตามจำนวน  ไปจนถึงคนสุดท้าย แล้วครูสรุปว่าของเล่น
            ของใช้มีทั้งหมด 15 ชิ้น
        5. ครูให้เด็กสำรวจของเล่นของใช้ที่ตนเองได้ และให้เด็กๆแยกประเภทว่าของที่ตนเอง
            ได้เป็นของเล่นหรือของใช้ แล้วให้เด็กนำมาวางไว้ที่ตะกร้าหน้าห้องให้ถูกต้อง 

ขั้นสรุป
  
        6. เด็กออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนว่าของเล่นของใช้ของตนเองคืออะไร เป็นแบบไหน


ทักษะ
    
     - ทักษะการคิดวิเคราะห์
     
     - ทักษะการใช้เหตุผล

     - ทักษะการสังเกต

     - ทักษะการเขียน

     - ทักษะการเชื่อมโยง

     - ทักษะการพูด การตอบคำถาม


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
     - การเขียนแผนสามารถนำวิธีการเขียนในวันนี้ไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ
       ในรายวิชาอื่นๆ และนำไปเป็นแบบอย่างการเขียนในอนาคตได้
     - การเขียนแผนหรือการทำกิจกรรมสามารถนำไปบูรณาการให้กับเด็กได้หลากหลายวิธี
     - ความรู้ของการเขียนแผนที่ครูให้เพิ่มเติมมา สามารถจดจำและไปใช้ในการเรียนการสอนได้



เทคนิคการสอนของอาจารย์
     - อาจารย์สอนโดยการให้ข้อคิดกับข้อเสนอแนะกับนักศึกษา
     - อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นหรือถามได้เมื่อไม่เข้าใจ
     - อาจารย์อธิบายเนื้อหาการสอนได้ละเอียดและเข้าใจ


ประเมินอาจารย์ผู้สอน
     อาจารย์เตรียมเนื้อหาการสอนมาได้พร้อมและตั้งใจสอนเป็นอย่างมาก สอนโดยการใช้เหตุผล
และให้คำแนะนำ ให้ข้อมูลต่างๆอย่างครบถ้วน 


วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10
วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

          บรรยากาศการเรียนการสอนในวันนี้ ไม่ค่อยดีนักเท่าไหร่ เนื่องจากมีข้อผิดพลาดเรื่อง
อาคารเรียนและห้องเรียน ไม่ไม่สะดวกต่อการเรียน เลยทำให้มีเวลาเรียนในวันนี้น้อย แต่พวกเรา
และอาจารย์ก็พยายามทำให้ได้เรียนตามความพยายาม 

สาระ
     - การออกแบบแผนผังความคิดสามารถออกแบบได้หลายรูปแบบตามความต้องการ
       ของผู้ออกแบบ
     - การเขียนแผนผังความคิดควรเขียนโดยการแยกทีละหน่วย และเขียนให้ชัดเจน เพื่อที่จะให้
       เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ง่ายและเข้าใจ

ผลงานของเพื่อนมีดังนี้
                                                             1. หน่วยผลไม้
                                                             2. หน่วยกล้วย กล้วย
                                                             3. หน่วยของเล่นกับของใช้
                                                             4. หน่วยยานพาหนะ











ทักษะ
     - ทักษะด้านการฟัง

     - ทักษะด้านการออกแบบแผนผัง

     - ทักษะด้านการคิด

     - ทักษะด้านการแก้ไขปัญหา


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
     นำความรู้ที่อาจารย์ให้เพิ่มเติมมา ไปแก้ไขงานในครั้งต่อไปให้ดีกว่าดิม และยังสามารถนำ
ตัวอย่างแผนผังไปใช้ในอนาคตได้


เทคนิดคการสอนของอาจารย์
     อาจารย์สอนโดยให้คำติชม ให้ข้อคิดในการทำงานเป็นอย่างดี และยังให้ข้อสรุปในการออกแบบ
การเขียนแผนผังความคิดให้เข้าใจมากขึ้น 


ประเมินอาจารย์ผู้สอน
     อาจารย์น่ารักมากค่ะ อาจารย์พยายามหาห้องเรียนให้กับนักศึกษาจนได้ แต่ก็ไม่ดีนัก 
เพราะห้องเรียนมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด เพื่อนักศึกษาอาจารย์ทำให้ได้ทุกอย่างจริงค่ะ






บันทึกการเรียนครั้งที่ 9
วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559


สาระ
    - โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศน์ อยู่ในสังกัด สำนักนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    - โรงเรียนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร อยู่ในสังกัด สำนักงานการปกครองส่วนพื้นฐาน
    - การเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศน์ มีการสอนครบทั้ง 6 สาระการเรียนรู้
    - เด็กนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ส่วนคุณครูมีหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก
    - การเลือกหน่วยการเรียนการสอน ควรมีหลักคิดในการเลือก
    - การแยก อยู่ในสาระของ จำนวนและการดำเนินการ
    -การออกแบบหน่วยการสอน สามารถออกแบบได้ตามสาระการเรียนรู้ทั้งหมด 4 สาระ ดังนี้
     1. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก  2. บุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก  3. ธรรมชาติรอบตัวเด็ก
     4. สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก


        
( การออกแบบหน่วยของฉันคือ หน่วยของหวานของหนู )


      สรุปวีดีโอ

เรื่อง คณิตศาสตร์ (ตัวเลข) สำหรับเด็กปฐมวัย
นำเสนอโดย นางสาวภทรธร รัชนิพนธ์

          ครูอแมนดา แม็กเคนนา หัวหน้าครูระดับชั้นป.1-2 เชื่อว่าการเรียนคณิตศาสตร์ควร
สนุกสนานและเป็น­ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่โรงเรียนเกรตบาร์ การเรียนรู้อย่างอิสระ
ผ่านการเล่นเป็นหัวใ­จสำคัญในการพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ของนักเรี­ยน 
ขณะนี้โรงเรียนกำลังมุ่งส่งเสริมให้เด็ก ๆ รู้สึกเป็นอิสระที่จะขบแก้ปัญหาคณิตศาสตร์­
ด้วยต้วเอง และพัฒนาทักษะเช่น การจดจำตัวเลข การจัดลำดับและการคำนวณไปด้วย 
     ซึ่งครูจะหยิบตัวเลข 6 แล้วบอกว่าตัวนี้เลข 4 ใช่ไหม ลองเชิงเด็กๆว่าสนใจอยู่ไหม 
เด็กๆก็จะบอกว่านั้นไม่ใช่เลข 6 แต่เป็นเลข 4 และครูก็ให้เด็กๆออกมาหยิบดูว่าเลข
ที่แท้จริงเป็นแบบไหน  ครูจะสาธิตวิธีประเมินเด็ก ๆ ผ่านการสังเกตการณ์ในแต่ละวัน 
และวิธีนำข้อมูลที่ได้เข้าที่ประชุมครูเพื­่อวางแผนการสอนต่อไป โรงเรียนเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า 
หากเด็ก ๆ รู้สึกสนุกกับวิชาเลขตั้งแต่ชั้นเล็ก ๆ แล้ว ผลการเรียนรู้ในชั้นปีอื่น ๆ ก็จะเปลี่ยนไป
ในทางดีด้วย

       สิ่งสำคัญ : การสอนคณิตศาสตร์ เด็กเล็ก เกม กิจกรรมนอกห้องเรียน เรียนรู้ผ่าน
ชีวิตประจำวันเลขในชีวิตประจำวัน การสร้างแรงบันดาลใจ สื่อการสอน การวัดประเมิน 
การสังเกตการณ์ การทำงานเป็นทีม การประชุมครู การวางแผนการสอนร่วมกัน การแข่งขัน 
ความสนุกในการเรียนคณิตศาสตร์ มีความสนุกกับตัวเลข การจัดลำดับ การจดจำตัวเลข การคำนวณ คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ผ่านการเล่น โดยการศึกษาแบบอิสระ การเรียนรู้
อย่างอิสระ ความร่วมมือระหว่างครูและผู้ปกครอง scaffolding การแนะแนวร่วมไปถึง
การเรียนรู้ด้วยตัวเอง ในด้านทักษะการคิดวิเคราะห์อีกด้วย 

สรุปวีดีโอ



เรื่อง ไข่ดีมีประโยชน์
นำเสนอโดย นางสาวจิราภรณ์ ฟักเขียว

         โดยคุณครูรจนา สังวรสินธุ์ โรงเรียนวัดไทรใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้สอนกิจกรรม
เสริมประสบการณ์เรื่องไข่ดีมีประโยชน์ทำให้เด็กได้สามารถเรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับไข่ 
ชนิดของไข่ส่วนประกอบของไข่ ประโยชน์ของไข่ว่าทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วก็อยาก
ให้เด็กอยากหรือชอบที่จะรับประทานไข่ แล้วก็เด็กยังสามารถนำไข่มาประกอบอาหารได้

        กิจกรรมที่ 1 คือให้เด็กเล่นเกมส่งไข่เป็ดโดยเด็กจะมีประสบการณ์เดิมแล้วว่าไข่เป็นสิ่งที่
แตกได้ง่ายกิจกรรมนี้จะเป็นการฝึกสมาธิให้เด็กได้คิดว่าจะทำอย่างไรส่งไข่ให้เพื่อนแล้ว
ไข่ไม่แตกเวลาส่งไข่ให้เพื่อนตาต้องมองไปที่เพื่อนตากับมือต้องสัมพันธ์กันทำให้เพื่อน
สามารถรับไข่ได้ไข่ก็จะไม่ตกลงพื้น


        กิจกรรมที่ 2 ครูเล่านิทานเรื่องไข่ของใครโดยนิทานเรื่องนี้เด็กจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสีและได้
รู้จักสัตว์เพิ่มมากขึ้นได้รู้ว่าสัตว์อะไรที่ออกลูกเป็นไข่บ้างในขณะเล่านิทานเด็กจะมีส่วนร่วม
ในการตอบคำถามของครูซึ่งการมีส่วนร่วมทำให้เด็กกล้าแสดงออกแล้วทำให้เด็กมี
ประสบการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับเนื้อหาในนิทานครูนำนิทานที่เป็นสัตว์ของจริงมาให้เด็กดู
เพราะจากในนิทานกับรูปภาพของจริงนั้นแตกต่างกันให้เด็กมีประสบการณ์จริงๆว่าสัตว์ที่
ออกลูกเป็นไข่มีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไรเด็กจะเห็นภาพชัดเจนเป็นรูปธรรมและเข้าใจได้ง่าย

       กิจกรรมที่ 3 ให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับไข่ให้เด็กได้ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ใน
การสังเกต จำแนก เปรียบเทียบดูว่าไข่แต่ละชนิทมีลักษณะอย่างไรแตกต่างกันอย่างไรซึ่งให้เด็ก
ช่วยกันแยกไข่จากตะกร้าใบใหญ่มาใส่ตะกร้าใบเล็กๆที่ครูแบ่งไว้ทั้งหมดห้าตระกล้าเล็กๆ 
นอกจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แล้วไข่ยังบูรณาการเข้ากับคณิตศาสตร์ได้อีกด้วย
โดยเด็กได้เรียนรู้ในเรื่องของจำนวนตัวเลขได้มีการนับเปรียบเทียบมากน้อยจำนวนเท่ากัน
ไม่เท่ากัน โดยครูให้เด็กช่วยนับไข่ในตระกล้าที่เด็กช่วยกันแยกว่าแต่ละตะกร้ามีใครกี่ฟอง
ครูถามเด็กว่าไข่ตะกร้าไหนเยอะที่สุดเด็กตอบว่าไข่นกกระทาเพราะมี 10 ฟอง 
ครูถามว่าใข่ในตะกร้าไหนน้อยที่สุดนั้นก็คือไข่เป็ดเพราะมีอยู่ 2ฟอง ละครูก็ถามว่า
ตะกร้าไหนมีจำนวนไข่ที่เท่ากันเด็กก็ตอบว่าไข่เค็มกับไข่เยี่ยวม้าที่มีจำนวนไข่ที่เท่ากัน
ครูจึงพิสูจน์โดยการนำไข่มานับกันเป็นคู่หนึ่งต่อหนึ่งผลพิสูจน์คือไข่ทั้งสองมีจำนวนที่เท่ากัน 
หลังจากที่เด็กได้รู้ส่วนนอกของไข่เเล้วเด็กก็จะได้เรียนรู้ส่วนประกอบของไข่ว่าไข่แต่ละชนิด
มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันอย่างไรเช่นไข่ขาวของไข่เยี่ยวม้าจะมีเนื้อสีนำ้ตาลดำ
ส่วนไข่เค็มเนื้อไข่ขาวของไข่เค็มจะมีสีขาวเด็กจะได้รู้ความแตกต่างระหว่างไข่เค็ม
กับไข่เยี่ยวม้า ไข่เป็ดกับไข่ไก่อาจจะมีลักษณะใกล้เคียงกันครูควรพยายามชี้แหนะให้
เด็กเห็นถึงความแตกต่างระหว่างไข่เป็ดกับไข่ไก่โดยอาจจะมีคำถามว่าลักษณะของไข่แดง
ของไข่เป็ดเเละไข่ไก่เป็นอย่างไรสีเหมือนกันไหมแล้วตอกไข่ให้เด็กดูเด็กก็จะสามารถ
ตอบได้ว่าไข่เป็ดและไข่ไก่มีไข่แดงที่สีแตกต่างกัน ขนาดของไข่เป็ดใหญ่กว่าไข่ไก่

          กิจกรรมที่ 4 เป็นกิจกรรมคุกกิ้งคือไข่หวานโดยเด็กสามารถประกอบอาหารที่มีขั้นตอนง่ายๆ
ได้และเด็กจะเกิดความภาคภูมิใจที่สามารถประกอบอาหารรับทานเองได้ครูให้เด็กร่วมกัน
ทำคุกกิ้งเด็กได้รู้ปริมาณการใส่เครื่องปรุงว่าต้องใส่น้ำหกถ้วยตวงและใส่น้ำตาลหนึ่งถ้วยตวง 
ขั้นตอนการตอกไข่ครูได้สาธิตให้เด็กดูก่อนพอให้เด็กตอกไข่ครูก็สามารถเข้าไปช่วยได้
เพราะเด็กอาจจะยังไม่มีประสบการณ์การตอกไข่กล้ามเนื้อมือกับตาตายังไม่ประสานสัมพันธ์
กันเด็กไม่สามารถก่ะได้ว่าต้องกดมือให้ไข่ลงตรงถ้วยพอดีหลังจากนั้นให้เด็กลงมือ
ตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วใส่ลงหม้อโดยครูสาธิตในการใส่ไข่ลงหม้ออย่างไรให้ถูกวิธี
 เด็กได้มีประสบการณ์เรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากการกระทำ leaning by doing เด็กจะเกิด
ประสบการณ์ตรงและเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการศึกษาที่สูงขึ้น


 สรุปวิจัย

เรื่อง การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะ                     สร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้
นำเสนอโดย นางสาวสุวนันท์ สายสุด

       ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองที่มุ่งศึกษาพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ของเด็กปฐมวัยโดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

ความมุ่งหมายของวิจัย
  เพื่อเปรี่ยบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัด
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

สมมติฐานในการวิจัย
  เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดรูปแบบกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้มีพัฒนาการทักษะ
พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ก่อนและหลังการทดลองแตกต่างกัน

ขอบเขตการวิจัย
  นักรียนระดับปฐมศึกษา ชาย-หญิง โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ จำนวน 10 ห้อง

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
   1.แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้
   2.แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์การสร้างแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
      เพื่อการเรียนรู้

สรุปผลวิจัย
  เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีคะแนนเฉลี่ยทักษะพื้นฐานทาง
คณิตศาสตร์ โดยรวม 5 ทักษะและการจำแนกรายทักษะ คือ ทักษะการบอกตำแหน่ง 
ทักษะการจำแนก ทักษะการนับ ทักษะการรู้ค่าของจำนวน และทักษะการเพิ่ม-ลด 
อยู่ในระดับที่ดี และเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีพัฒนาการ
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ในทุกทักษะสูงขึ้น

แผนการสอนการจัดกิจกรรมรูปแบบศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้
      หน่วย ต้นไม้  หน่วยย่อย ขนาดของต้นไม้

มโนท้ศน์  ต้นไม้มีขนาดแตกต่างกัน เช่น ต้นใหญ่ ต้นเล็ก ต้นสูง

จุดประสงค์
    - สามารถจำแนกจำแนกขนาดต้นไม้ได้

กิจกรรมศิลปะ  ศิลปะค้นหา

กิจกรรมการเรียนการสอน
   ขั้นนำ
       1.กระตุ้นการเรียนรู้ คือ ให้สิ่งเร้าที่สอดคล้องกับสาระ
       2.กรองสู่มโนทัศน์ คือ กระตุ้นให้สะท้อนคิดและโยงความรู้เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น
   ขั้นสอน
       1.ครูพาเด็กออกไปสังเกตต้นไม้ในบริเวนสนามเล่นในโรงเรียน บอกจุดประสงค์ว่าจะ
          เรียนเรื่องขนาดของต้นไม้
       2.สนทนา ตั้งคำถามกับเด็กเกี่ยวกับต้นไม้ เช่น เด็กๆคิดว่าต้นไม้ในสนามมีขนาดเท่ากัน
          หรือไม่  ต้นไม้ต้นไหนใหญ่ที่สุด  ต้นไม้มีจำนวนกี่ต้น (ให้เด็กร่วมกันนับ)
       3.ครูแจกกระดาษให้เด็กๆวาดรูปต้นไม้ที่ตนเองชอบ

สรุป
      ให้เด็กๆถามเกี่ยวกับผลงานของเพื่อนและร่วมกันสรุปการทำกิจกรรมในครั้งนี้

สื่อ
     1.ดินสอ
     2.กระดาษ
     3.ต้นไม้ที่สนามเด็กเล่น (ของจริง)

ประเมิน
     1.สังเกตการตอบคำถามเกี่ยวกับต้นไม้ของเด็ก
     2.สังเกตความสนใจในการทำกิจกรรม
     3.สังเกตผลงานศิลปะของเด็ก


ทักษะ
     - ทักษะการคิดและวิเคราะห์

     - ทักษะการฟัง

     -ทักษะการทำแผนผังความคิด หรือ My Mapping

     - ทักษะการสรุปข้อมูล


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
     - การศึกษาดูงานนอกสถานที่ ทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้น
     - การสังเกตการสอนของอาจารย์ที่โรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศน์ เราได้รับความรู้เพิ่มเติมมากมาย
       จากการสังเกต ยังเรายังได้แบบอย่างที่ดีในการสอนด้วย
      
   
เทคนิคการสอนของอาจารย์
     - อาจารย์สอนโดยการยกตัวอย่างให้เห็นชัด สอนเป็นไปตามลำดับขั้นตอน และให้เหตุผล
       เมื่อนักศึกษาไม่เข้าใจ
     - อาจารย์สอนโดยให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน และเล่าประสบการณ์จากการ
       ไปสังเกตเด็กและการสอนมา


ประเมินอาจารย์ผู้สอน
     อาจารย์สอนสนุกสนาน ไม่เครียด และมีความเป็นกันเองกับนักศึกษาทุกคน อาจารย์เตรียม
เนื้อหาการสอนมาได้ดีมาก ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ผิดพลาดเกิดขึ้นก็ตาม แต่อาจารย์ก็พยายาม
ให้ความรู้กับนักศึกษาอย่างเต็มที่